MediaKit of samkok911.com

สามก๊กวิทยา

สามก๊ก สามจบ รบร้อยไร้พ่าย : แหล่งความรู้ บทความวิชาการ หนังสือ เพลง เกม ภาพยนตร์ ฯลฯ เกี่ยวกับวรรณกรรมจีนเรื่อง สามก๊ก
samkok911.com

Offered products

Not yet available

70k
Views every month
10k
Unique visitors every month
21
Domain Authority
The statistics of this website are automatically verified and updated every month by LinkPizza.

Samkok Wittaya

Samkok Wittaya

www.samkok911.com

Gender

Language

Other

Social Media

คุณธรรมของขุนพล

2 days ago

"ข้อเตือนใจจากตำราพิชัยสงครามขงเบ้ง"
     ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวขุนพลทหารใหญ่สวมนาฟิกาหรูของ 'Richard Mille' ตกเป็นเป้าวิจารณ์จากสื่อมวลชนและสังคม อ่านเข้ามาก ๆ ก็ไม่สบายใจ เป็นห่วงบ้านเมือง

     แต่อีกด้านหนึ่งของจิตใจก็เกิดกิเลส อยากมีนาฬิกาแบบนี้กับเขาบ้าง นั่งกระสับกระส่าย อยู่ไม่ติด จำใจต้องเปิดตำราพิชัยสงครามขงเบ้ง หาหนทางแก้ไขหัวใจ

     ขงเบ้ง ว่าไว้ดังนี้
ขุนพลจะต้องประกอบด้วย      คุณธรรมที่สามารถร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเพื่อนทหาร สามารถนอนกลางดินกินกลางทราย สามารถร่วมเป็นร่วมตายกับเพื่อนทหารด้วยกัน

     ถ้ากองทัพขาดน้ำ และเพื่อนทหารยังไม่มีน้ำจะดื่ม ขุนพลผู้บังคับบัญชาจะไม่ยอมปริปากพูดถึงเรื่องกระหายน้ำ

     ถ้าทหารยังมิได้หุงข้าวปลาอาหาร หรืออาหารยังมิได้ตกถึงท้อง ขุนพลผู้บังคับบัญชาย่อมจักไม่ยอมพูดถึงเรื่องการหิวอาหาร

     ถ้าทหารยังมิได้ก่อไฟผิง เพื่อขจัดความหนาวเหน็บ ขุนพลผู้บังคับบัญชาจะไม่ยอมปริปากพูดถึงความหนาว

     ถ้าทหารยังมิได้ตั้งกระโจม เพื่อพักผ่อน เพื่อพักผ่อนหลบความร้อน ขุนพลผู้บังคับบัญชาจะไม่ยอมพูดถึงอากาศที่ร้อน

     หน้าร้อนก็ไม่ยอมใช้พัด หน้าหนาวก็ไม่ยอมสวมเสื้อกันหนาว หน้าฝนก็ไม่ยอมกางร่ม

     ยืนหยัดอย่างแน่วแน่ ที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมเป็นร่วมตาย  เคียงบ่าเคียงใหล่กับเพื่อนทหารด้วยกัน

     ...................................

      นายพลดักลาส แมกอาร์เธอร์ วีรบุรุษผู้พิชิตสงสรามโลกครัั้งที่ 2 แห่งกองทัพอเมริกัน เคยกล่าวเอาไว้อย่างภาคภูมิเมื่อครั้งอำลาอาชีพทหารในรัฐสภาสหรัฐว่า "ทหารแก่ไม่เคยตาย พวกเขาแค่ค่อย ๆ จางหายไป" (old soldiers never die; they just fade away)

     วาทะนี้ของนายพลแมกอาร์เธอร์ ฯ มาจากส่วนหนึ่งของเพลง "Old Soldiers Never Die" ของ  Vaughn Monroe ท่อนที่ว่า 
     "Old soldiers never die,        Never die, never die,        Old soldiers never die,        They simply fade away."


     อ่านตำราขงเบ้ง ฟังเพลงเพราะ ๆ แล้ว ก็ปลดปลง

     คุณธรรมของขุนพล ความเป็นทหารไม่เคยตาย ... มันเพียงแค่ค่อย ๆ จางหายไป ... 

     เท่านั้นเอง

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

Copyright 2017 © สามก๊กวิทยา

ข้อคิดชีวิตจากเพจยอดฮิต สามก๊กตั้งวงเล่า

4 days ago

สามก๊กที่ไม่ใช่ในแบบ "ท่องจำ" แต่เน้นให้เข้าใจ "แก่น" และนำไป "ประยุกต์ใช้จริง"
     "สามก๊กตั้งวงเล่า" เป็นเพจสามก๊ก เพจหนึ่งที่ก่อตั้งโดย "อาจารย์เป๋ง" คุณปรีชา มีชัย ซึ่งเป็นเพจที่เล่าเรื่องสามก๊กแบบง่าย ๆ เปรียบเทียบเรื่องราวสามก๊กกับชีวิตประจำวัน สามารถนำไปประยุกติ์ใช้ได้จริง ในการทำงาน และการสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งการที่เพจนี้นำเสนอเรื่องสามก๊กในมุมมองของการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้ที่ไม่เคยอ่านเรื่องสามก๊กมาก่อน ก็สามารถอ่านและทำความเข้าใจในเนื้อหาที่เพจนี้นำเสนอได้

     วันนี้ บทความต่าง ๆ ในเพจสามก๊กตั้งวงเล่า ได้ถูกปรับปรุงและรวบรวมขึ้นใหม่ กลายมาเป็นหนังสือสามก๊กแนวจิตวิทยา ชื่อว่า "ข้อคิดชีวิตจากเพจยอดฮิต สามก๊กตั้งวงเล่า" ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่รักการอ่านหนังสือเล่ม มากกว่าอ่านจากหน้าเว็บไซต์หรือมือถือ

     "ข้อคิดชีวิตจากเพจยอดฮิต สามก๊กตั้งวงเล่า" มีวางแผงแล้วที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป จัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์ปันปัญญา ราคาเล่ม 345 บาท

     สำหรับผู้ที่สนใจเนื้อหาหนังสือก็ลองเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ เพจสามก๊กตั้งวงเล่า หรือลองอ่านตัวอย่างบทความเรื่อง "ถ้าสุดมือแล้ว…ก็ต้องปล่อยมันไป" นี้ดู จะได้ข้อคิดเตือนใจที่ดีมาก ๆ ครับ
"ถ้าสุดมือแล้ว…ก็ต้องปล่อยมันไป"คุณเคยทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจแบบเต็มที่
วางแผนมาอย่างรอบคอบ และทำตามแผนทุกอย่าง
แต่สุดท้ายมันล้มเหลว…คุณจะทำอย่างไร..??
……
……


หลังจากที่ ขงเบ้ง ได้คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ
หลายครั้งในการปะลองปัญญากับ สุมาอี้ นั้น
เขาทั้งสองคน ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ
จนเรียกได้ว่า ต่างก็รู้ไส้รู้พุง ของกันและกันจนหมดสิ้น
ขงเบ้ง รู้ว่าสุมาอี้นั้นเป็นคนขี้ระแวงและรอบคอบมาก
การที่จะทำให้สุมาอี้หลงกลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ครั้งนี้ เขาจึงวางแผนอย่างดีที่สุด รัดกุมที่สุด
เพื่อจะลวงให้สุมาอี้เข้ามาในพื้นที่สังหาร แล้วเผาด้วยไฟ.!!
ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่ขงเบ้งวางเอาไว้
แม้สุมาอี้ จะไม่หลงกลง่ายๆ แต่สุดท้ายก็มา
พอสุมาอี้และกองทัพเข้ามาในพื้นที่สังหาร
ขงเบ้ง จึงสั่งให้ปิดทางหนี และจุดไฟเผาทัพสุมาอี้
สุมาอี้ พอเห็นไฟเผาทัพของตัวเองก็เข่าอ่อน
รู้ตัวว่าหลงกลเข้าแล้ว จึงกอดคอกันร้องไห้กับลูกชาย
ว่าชีวิตเราพ่อลูก คงหนีไม่พ้นคราวนี้แน่แท้
แต่ในขณะที่สุมาอี้ กำลังสิ้นหวังอยู่นั้น
ฝนห่าใหญ่ ก็ตกลงมาดับไฟ เสียสิ้น.!!!
สุมาอี้และลูกชาย ร้องดีใจอย่างสุดชีวิต
ฝนตกลงมาดับไฟ ทำให้รอดตายมาจนได้
ฝ่ายขงเบ้งนั้น ถึงกับยืนนิ่งตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ทำอะไรไม่ถูก เมื่อทุกอย่างได้เตรียมการมาอย่างดีแล้ว
ได้แต่หลับตาและเงยหน้าขึ้นฟ้า ให้สายฝนหล่นกระทบหน้า
และรู้ดีว่า โอกาสที่จะกำจัดสุมาอี้ นั้นได้หมดลงแล้ว
และก็เป็นจริงตามนั้น…
สุมาอี้ หลังจากที่รอดตาย ก็เก็บตัวไม่ออกมารบกับขงเบ้งอีกเลย
แม้ขงเบ้งจะยั่วยุให้เสียเกียรติเพียงใดก็ตาม
……
……
คุณเคยตกอยู่ในอาการแบบขงเบ้งนี้ไหมครับ
เมื่อวางแผน ทุกอย่างมาลงตัวหมดแล้ว
อีกแค่ไม่กี่อึดใจข้างหน้า ก็จะสำเร็จแล้ว
แต่วินาทีสุดท้าย…มันกลับล้มเหลว
คุณจะช็อก จนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย
เข่าคุณจะอ่อนแทบทรุด จนแทบจะยืนไม่อยู่
ปากคุณจะหนัก จนพูดอะไรไม่ออก
คุณจะรับรู้ได้ทันทีเลยว่า…
"โอกาสดีๆแบบนี้…จะไม่มีมาอีกแล้ว"
ถ้าความล้มเหลวที่เกิดขึ้นนั้น
มันมาจาก "ปัจจัยภายนอก" ที่คุณควบคุมไม่ได้
และคุณมั่นใจว่าได้ควบคุม "ปัจจัยภายใน" อย่างดีที่สุดแล้ว
ก็ปล่อยมันไปเถอะครับ…ช่างมัน
แล้วจงเงยหน้าขึ้น อย่าก้มหน้าลง
เพราะคุณได้ทำมันอย่างดีที่สุดแล้ว
จงเงยหน้าขึ้น และไม่ต้องมองหาข้อผิดพลาดที่ไหน
เงยหน้าขึ้น ยอมรับความจริงที่คุณเห็น
จงเงยหน้าขึ้น…แล้วปล่อยมันไป
ด้วยความปรารถนาดี

"สามก๊ก…ตั้งวงเล่า"

รายละเอียดหนังสือ
  • ชื่อหนังสือ : ข้อคิดชีวิตจากเพจยอดฮิต สามก๊กตั้งวงเล่า
  • ผู้แต่ง : ปรีชา มีชัย (อาจารย์เป๋ง)
  • สำนักพิมพ์ : ปันปัญญา พับลิชชิ่ง, หจก.
  • Barcode : 9786169242871
  • ISBN : 9786169242871
  • ปีพิมพ์ : 1 / 2560
  • หมวดหนังสือ : จิตวิทยา
  • ราคาปก : 345 บาท
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
Copyright 2017 © สามก๊กวิทยา

กระจกเงาสามบาน : วินทร์ เลียววาริณ

5 days ago

"ความจริงก็คือความจริง กระจกเงาเพียงสะท้อนภาพตามความจริง ขึ้นอยู่กับผู้มองว่าจะมองหรือไม่มอง และรับหรือไม่รับความจริง"
     'กระจกเงาสามบาน' บทความสั้น ๆ รับ 'วันรัฐธรรมนูญ' (10 ธันวาคม 2560) เขียนโดยอาจารย์ 'วินทร์ เลียววาริณ' ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2556 และเป็นนักเขียน รางวัลซีไรต์ พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2542

      'กระจกเงาสามบาน' จะว่าด้วยเรื่องของผู้นำและความจริง โดยยกเรื่องราวของ เล่าปี่ วินสตัน เชอร์ชิล และ ถังไท่จง ว่าผู้นำทั้งสามท่านนี้ให้ความสำคัญกับ 'กระจกเงา' มากน้อยเพียงใด

      ส่วนตัวผมเอง ในฐานะแฟนคลับท่านอาจารย์วินทร์ จากหนังสือ ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน น้ำเงินแท้ 17องศาเหนือ ฯลฯ เป็นทุน รวมทั้งเห็นว่าอาจารย์เกริ่นนำเรื่องด้วย 'เล่าปี่' ตัวละครเอกจากสามก๊ก อ่านแล้วจึงประทับใจมาก เลยต้องขอบันทึกไว้ในบล็อก และนำมาแบ่งปันทุกท่านครับ
กระจกเงาสามบาน เล่าปี่
     ในช่วงบั้นปลายชีวิตของผู้นำทั้งสามก๊ก แต่ละก๊กก็ตั้งตนเป็นจักรพรรดิ และยังรบพุ่งกันอยู่เพื่อรวมแผ่นดินเป็นของฝ่ายตน

     ในการศึกระหว่างพระเจ้าเล่าปี่กับฝ่ายกังตั๋ง นำทัพโดยลกซุน พระเจ้าเล่าปี่สั่งให้ทหารตั้งค่ายเรียงรายไปตามสองฝั่งน้ำ ระยะทางเจ็ดร้อยลี้

     ม้าเลี้ยงที่ปรึกษาทางทหารแนะนำพระเจ้าเล่าปี่ให้ปรึกษาขงเบ้งก่อน พระเจ้าเล่าปี่ไม่พอพระทัย ตรัสว่าเรื่องแค่นี้ไม่จำเป็นต้องปรึกษาใคร พระองค์ทรงมีประสบการณ์ทำศึกมาทั้งชีวิต

     เมื่อเห็นว่าเจ้านายไม่ฟังเสียง ม้าเลี้ยงก็ส่งม้าเร็วไปที่เสฉวนนำแผนการตั้งค่ายไปให้ขงเบ้งดู ขงเบ้งเห็นแผนการศึกของพระเจ้าเล่าปี่แล้วก็ตกใจ มองออกว่าหากข้าศึกจุดไฟเผา ทั้งกองทัพจะพินาศ ในอดีตก็มีบทเรียนคราวโจโฉแตกทัพเรือมาแล้ว เมื่อเขาสั่งผูกเรือทั้งหมดเข้าด้วยกัน

     คำห้ามของขงเบ้งมาไม่ทันการณ์ เพราะกองทัพลกซุนโจมตีก่อน ในราตรีหนึ่งเมื่อลมแรง ทหารกังตั๋งก็จุดไฟเผาค่ายของพระเจ้าเล่าปี่พินาศ เพลิงรายล้อมปิดทุกทางหนี ยาวต่อเนื่องทั้งเจ็ดร้อยลี้

     พระเจ้าเล่าปี่ทรงรอดชีวิตมาได้เพราะทหารเอกจูล่งบุกฝ่าวงล้อมศัตรูเข้าไปช่วย ด้วยฝีมือทวนที่เป็นหนึ่งในแผ่นดิน จูล่งฆ่าทหารเอกฝ่ายศัตรูอย่างง่ายดาย ช่วยพระองค์ออกมาได้

     พระเจ้าเล่าปี่แตกทัพหนีไปถึงเสฉวน ไพร่พลเจ็ดสิบห้าหมื่นเหลือเพียงสามร้อย ตรอมพระทัยจนสิ้นพระชนม์
.………………..
     สิ่งที่ยากที่สุดอย่างหนึ่งในสังคมการปกครองคือการวิจารณ์หรือแย้งผู้ใหญ่ หรือกระทั่งการพูดความจริงกับผู้ใหญ่

     การเคารพต่อผู้อาวุโสเป็นธรรมเนียมของชาวตะวันออกมาแต่โบราณ เมืองไทยมีประเพณีการทักทายคือ ผู้มีอายุน้อยกว่าไหว้ผู้มีอายุมากกว่าก่อนเสมอ

     ขณะที่ประเพณีฝรั่งใช้ระบบการจับมือกัน เป็นการติดต่อเชิงราบ ด้วยแนวคิดแบบเสมอภาค ข้อดีอย่างหนึ่งคือ ไม่ต้องเล็งว่าใครมีอายุมากกว่าใคร และคำนวณว่าใครควรไหว้ใครก่อน

     แต่กระนั้นก็ยังมีแรงกดเชิงดิ่งแฝงอยู่ เสียงของผู้ใหญ่มักดังกว่า

     เรามีบ่วงที่เรียกว่า ‘ความเกรงใจ’ และ ‘สัมมาคารวะ’ รัดจนแน่น จนบางครั้งแยกมันไม่ออกจาก ‘ความถูกต้อง’ และ ‘ความจริง’

     การพูดกับผู้ใหญ่ในเชิงโต้แย้งและวิจารณ์จึงต้องใช้เทคนิคชั้นสูง เพราะอาจทำให้ตัวเองเดือดร้อนได้ แต่ถ้าลูกน้องไม่พูดเพราะเกรงใจผู้ใหญ่ องค์กรก็อาจล้มได้ เพราะเจ้านายไม่ถูกเสมอไป

     เรามีค่านิยมไม่สวนแย้งผู้ใหญ่ อาจเพราะเราถูกอบรมมาแต่เด็กว่า ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน จึงรู้มากกว่า

      แต่ความจริงคือการอาบน้ำร้อนมาก่อนเป็นคนละเรื่องกับการรู้มากกว่า และการรู้มากหรือรู้น้อยก็เป็นคนละเรื่องกับสัมมาคารวะ ปนกันเมื่อไร องค์กรก็อาจล้มได้ เพราะไม่มีใครกล้าชี้จุดผิดพลาดของผู้ใหญ่

วินสตัน เชอร์ชิล
     นายกรัฐมนตรีอังกฤษช่วงสงครามโลกครั้งสอง วินสตัน เชอร์ชิล บอกว่าคำวิจารณ์ว่ามีหน้าที่เหมือนกับความเจ็บปวดของร่างกาย เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี

     ไม่เจ็บก็ไม่รู้ว่าร่างกายมีปัญหา

     แต่คนส่วนมากพยายามหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด ยิ่งอยู่สูง ยิ่งกลัวเจ็บ
.………………..
     สามร้อยกว่าปีถัดจากยุคสามก๊ก จีนเคลื่อนเข้าสู่รัชสมัยราชวงศ์ถัง พระเจ้าถังเกาจู่ ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ถัง ทรงมีโอรสสี่พระองค์ องค์แรกคือหลี่เจี้ยนเฉิง องค์ที่สองนาม หลี่ซื่อหมิง ซึ่งต่อมาขึ้นมาเป็นฮ่องเต้โดยฆ่าเชษฐากับอนุชาของพระองค์ ทรงพระนามว่าพระเจ้าถังไท่จง

     ข้อแตกต่างระหว่างพระเจ้าถังไท่จงกับฮ่องเต้อื่นๆ จำนวนมากในประวัติศาสตร์จีนคือ พระองค์ทรงรับฟังความเห็นจากทุกคน โดยไม่สนพระทัยชาติกำเนิด ชาติตระกูล แม้แต่ศัตรู! ทรงดึงศัตรูมาเป็นมิตรและที่ปรึกษา

     และศัตรูผู้กลายเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญก็คือเว่ยเจิง

     เว่ยเจิงเดิมรับใช้รัชทายาทหลี่เจี้ยนเฉิง พระเชษฐาของถังไท่จง เว่ยเจิงมองออกว่าหลี่ซื่อหมิงกำลังคิดการใหญ่ ก็เตือนเจ้านายให้จัดการหลี่ซื่อหมิงเสีย แต่ก็ไม่ทำ ผลก็คือถูกพระอนุชาฆ่าและแย่งบัลลังก์ไป

      เมื่อทรงขึ้นเป็นฮ่องเต้แล้ว ถังไท่จงทรงเรียกตัวเว่ยเจิงมาเข้าเฝ้า ตรัสถามว่า “ทำไมเจ้าจึงยุให้เราพี่น้องฆ่ากัน?”

     เว่ยเจิงตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “ถ้าพระเชษฐาของพระองค์ทรงรับฟังคำแนะนำของข้าพระองค์ ก็คงไม่ถูกฆ่าตาย”

     ความเป็นคนตรงเช่นนี้มิเพียงทำให้เว่ยเจิงรักษาชีวิตได้ ยังได้เป็นเสนาบดี ให้คำปรึกษาแก่ถังไท่จง

     ตลอดชีวิตในตำแหน่งที่ปรึกษา เว่ยเจิงพูดแย้งจักรพรรดิมากมายหลายร้อยเรื่อง โดยไม่เกรงว่าจะหมิ่นละเมิดเบื้องสูง เว่ยเจิงเห็นว่าประโยชน์ของแผ่นดินสำคัญกว่าองค์จักรพรรดิ

     เล่ากันว่าครั้งหนึ่งเว่ยเจิงถกเถียงกับฮ่องเต้อย่างรุนแรง จนพระองค์พิโรธจัด รับสั่งกับพระมเหสีว่า “สักวันเราจะตัดหัวไอ้ขุนนางปากไม่ดีคนนี้ ทำให้เราอับอายต่อขุนนางทั้งหลายตลอดเวลา”

     พระมเหสีตรัสว่า “มีแต่ขุนนางที่ซื่อสัตย์และรักแผ่นดินจึงกล้าทำเช่นนี้ และมีแต่จักรพรรดิผู้ทรงพระปรีชาจึงสามารถมีขุนนางเช่นนี้”

      เว่ยเจิงจึงยังสามารถรักษาศีรษะบนไหล่ได้

     เว่ยเจิงชี้ให้ฮ่องเต้ฟังความรอบด้าน มิเช่นนั้นจะเป็นจักรพรรดิที่โง่งม หากทรงฟังแต่เรื่องดีงามที่ขุนนางสอพลอกล่าว ก็ไม่มีทางรู้ความจริง และทำให้ตัดสินความผิดพลาด ผลก็คือแผ่นดินลุกเป็นไฟ

ถังไท่จง
     ตลอดรัชสมัยยาวนานของฮ่องเต้ถังไท่จง แผ่นดินมิได้ลุกเป็นไฟ ตรงกันข้ามกลับเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน เพราะถังไท่จงทรงมองเห็นความสำคัญของ ‘กระจกเงา’

     ทรงจารึกว่าโลกมีกระจกเงาอยู่สามบาน

      กระจกเงาบานที่หนึ่งคือแผ่นทองแดงที่ขัดเงา ใช้เพื่อแต่งตัว

     กระจกเงาบานที่สองคืออดีต ใช้เพื่อดูและเข้าใจการเกิดและดับของแผ่นดิน

     กระจกเงาบานที่สามคือคน ใช้เพื่อเข้าใจข้อดีและข้อเสีย

     คนตรงอย่างเว่ยเจิงก็คือกระจกเงาที่ทุกแผ่นดินจำเป็นต้องมี

     เพราะความจริงก็คือความจริง กระจกเงาเพียงสะท้อนภาพตามความจริง ขึ้นอยู่กับผู้มองว่าจะมองหรือไม่มอง และรับหรือไม่รับความจริง

     ยามเมื่อกระจกเงาแห่งความจริงแตกสลาย ความจริงยังดำรงอยู่ แต่ภาพสะท้อนหายไป และเราก็เดินลงเหวด้วยความไม่รู้
.………………..

วินทร์ เลียววาริณ
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

Copyright 2017 © สามก๊กวิทยา

Websites by this publisher

WebsiteViewsUniqueSocialPrice
No records found
Share